ริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวาร เป็นอีกหนึ่งโรคที่มีประชากรไทย พบมากและเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย

ริดสีดวงทวารคืออะไร ริดสีดวงทวารคือภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักเกิดการปูดพอง(ขอด) เป็นหัว

ซึ่งอาจมีได้หลายหัวและเป็นได้พร้อมกันหลายแห่ง ริดสีดวงทวารแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

  1. ริดสีดวงทวาร  ภายใน คือกลุ่มหลอดเลือดดำที่อยู่ใต้ชั้นเยื่อบุลำใส่ภายในรูทวารหนักปูดพอง (ขอด) ซึ่งจะ

ตรวจพบได้เมื่อใช้กล่องส่องตรวจ แบ่งออกเป็น 4 ระยะ

ระยะที่ 1 เริ่มมีหัวริดสีดวงเกิดขึ้นแต่ไม่มีก้อนเนื้อยื่นออกมา และจะมีเลือดสดๆออกขณะถ่ายหรือหลังถ่ายอุจจาระ

ระยะที่ 2 หัวริดสีดวงทวารจะโผล่ออกมาเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระ และจะหดกลับไปได้เอง ภายหลังถ่ายอุจจาระเสร็จ

ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงจะโผล่ออกมาเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระ ไอ จาม ยกของหนัก หรือออกกำลังกาย และจะไม่กลับเข้าไปเอง

ต้องใช้นิ้วมือเข้าไปเอง

ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงทวารโผล่ออกมาข้างนอกตลอดเวลา ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ ผู้ป่วยจึงรู้สึกเจ็บปวด

2. ริดสีดวงทวารภายนอก เชื่อว่าเป็นความผิดปกติแบบ arteriovenous malformation ของ external
hemorrhoidal plexus

อาการทางคลินิกของริดสีดวงทวาร (Clinical manifestation)
อาการที่น าผู้ป่วยมาพบแพทย์ได้บ่อยที่สุดในโรคริดสีดวงทวารคือการมีเลือดออกทางทวารหนักตามหลัง
อุจจาระโดยไม่มีอาการปวด ซึ่งลักษณะเลือดมักเป็นสีแดงสดเพราะเนื้อเยื่อริดสีดวงทวารมีdirect arteriovenous
communication ระหว่าง terminal branch of superior rectal artery กับ hemorrhoidal plexus(15) คล าได้
ก้อนที่ปากทวารหนักหรือมีก้อนยื่นที่ปากทวารที่สามารถหดกลับได้เองบางรายต้องใช้มือช่วยดันกลับ ริดสีดวงที่ยื่น
ออกมานอกปากทวารส่งผลให้มีอาการร าคาญและมีอาการคันบริเวณรูทวารได้เนื่องจากมีสารคัดหลั่งหรืออุจจาระเล็ด
ออกมา ในผู้ป่วยที่มีริดสีดวงขนาดใหญ่อาจมีอาการรู้สึกแน่นทวารหนักหรืออาการถ่ายไม่สุดร่วมด้วยได้(19,20) cardinal
signs ของริดสีดวงทวารภายในคือ เลือดออกทางทวารหนักที่ไม่ปวด ออกมาพร้อมกับขยับตัวของล าไส้ และมีการ
หย่อนย้อยแบบเป็นๆหายๆ(21) มักไม่พบอาการปวดในผู้ป่วยริดสีดวงทวารยกเว้นเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนของริดสีดวง
เช่น thrombosis ขึ้น หากผู้ป่วยมีอาการปวดทวารหนักเด่น จะพบเจอได้บ่อยกว่าในภาวะโรค anal fissure หรือ
perianal abscess
ริดสีดวงทวารภายนอกมักไม่มีอาการใดๆยกเว้นคลำได้ติ่งเนื้อนิ่มๆหรือบริเวณเยื่อบุที่บวมบริเวณรูทวารหนัก
นอกจากเกิดภาวะ thrombosed ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดเนื่องจากมีลิ่มเลือดอุดตันได้

วิธีปฏิบัติ ตัวในการป้องกันและดูแลตัวเอง เมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวาร

  1. รับประทานอาหารที่มีกากใย เชลล์ เข้ากล่องงาดำผักและผลไม้ทุกชนิด
  2. ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละหกถึงแปดแก้ว การดื่มน้ำแก้วใหญ่ทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจจะละคายเคือง ต่อระบบทางเดินอาหาร เช่นอาหารรสจัดๆ อาหารที่ไม่สุกสะอาด
  4. หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  5. ถ้าหลีกเลี่ยงการกั้นหรือแบ่งอุจจาระและควรฝึกหัดกันขับถ่ายให้เป็นเวลา
  6. ทำความสะอาดบริเวณทวารหนักภายหลังการขับถ่ายด้วยน้ำ เพื่อความสะอาดและลดการระคายเคือง
  7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายอย่างรุนแรง หรือการส่วน
  8. ถ่ายอุจจาระเป็นประจำจนเป็นนิสัย
  9. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
  10. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้การทำงานของลำไส้ดีขึ้น
  11. พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
  12. หลีกเลี่ยงความเครียด ทำจิตใจให้สบายอยู่เสมอ

อาการ ที่พบบ่อย

  • มีเลือดสีแดงออกมาขณะถ่ายอุจจาระ หรือหลังถ่ายอุจจาระแล้วเสร็จ
  • มีก้อนเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ
  • คันหรือระคายเคืองรอบปากทวารหนัก
  • คำได้ก้อนที่บริเวณทวารหนักและมักมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย

การรักษา

  • แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาตามความรุนแรงของโลก ซึ่งมีอยู่หลายวิธี
  • การใช้ยาเหน็บทวาร ครีมทาทวาร และรับประทานยาระบาย เพื่อลดการอักเสบและระคายเคือง
  • การฉีดยาเข้าไปที่หัวริดสีดวงทวาร หรือใช้แถบยางรัดโคนหัวริดสีดวงทวาร เพื่อให้ฟอกไป

สาเหตุการเกิดริดสีดวงทวาร

ท้องผูกเรื้อรัง

ท้องเสียถ่ายอุจจาระบ่อยๆ

มีอุปนิสัยเบงไทยอุจจาระอย่างมาก เพื่อพยายามขับถ่ายอุจจาระออก

มีอุปนิสัยใช้เวลานั่งถ่ายอุจจาระนาน

ตั้งครรภ์ทำให้ถ่ายอุจจาระไม่สะดวก

ภาวะโลกตับแข็งทำให้เลือดดำไหลเข้าตับ ไม่ได้ จึงเกิดสี่ดวง

เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง

อายุมาก

ไอเรื้อรัง

น้ำหนักมาก

รายละเอียดเพิ่ม RIDJI – GOODSHERB