vilertong

สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันตนเองจาก ไวรัส

ท่านลูกค้าเคยสงสัยไหมครับว่าทำไม หลายคนอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ทำงานที่เดืยวกัน เดินจับจ่ายสินค้าในที่เดียวกัน เดินทางร่วมกัน แต่บางคนติดเชื้อโรค(ไวรัส) บางคนไม่เป็นอะไร

สาเหตุเพราะว่าแต่ละคนมีภูมิคุ้มกันไม่เหมือนกัน ความแข็งแรงไม่เหมือนกัน ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เมื่อร่างกายแข็งแรงเชื้อโรคที่มีอยู่รอบกายเราตลอดเวลา ก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้

vilertong

เรามาดูขบวนการอันสุดยอดของร่างกายเรากันครับว่ามันมีความพิเศษตรงไหน หลายท่านคงรู้จักเม็ดเลือดขาวกันอยู่แล้วใช้ไหมครับ เม็ดเลือดขาวก็เหมือนกับตำรวจของร่างกายเรา เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคตัวไหน ไวรัสตัวไหน ยกตัวอย่างไวรัสไขหวัดใหญ่เมื่อร่างกายรับเชื้อมา ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวเพื่อมากำจัดสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ถ้าร่างกายเราแข็งแรงกว่าเชื้อก็ถูกกำจัดไป แต่ถ้าร่างกายเราไม่มีภูมิที่แข็งแรงก็ชนะ สังเกตุในกรณีที่หลายคนติดไขไวรัส ถ้าเชื้อมากเกินไป เราก็ต้องทานยาเพื่อไปฆ่าไวรัสก่อนเมื่อเชื้อเหลือน้อยระบบภูฒิคุ้มกันก็จะทำงาน

vilertong

ดูตัวอย่างง่ายๆ เมื่อเราโดนมีดบาดไม่มาก และแผลเราสะอาด เชื้อโรคน้อยกว่าภูมิคุ้มกัน เราก็ไม่ต้องทานยาฆ่าเชื้อ ร่างกายก็จะจัดการรักษาเอง แผลก็จะปิดเอง นี้คือความมหัศจรรย์ของร่างกายที่ต่อสู้กับเชื้อโรค

ไวรัสโคโรนา เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว เมื่อปี 2003 โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือ โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome – SARS) ได้แพร่ระบาดจนมีผู้ติดเชื้อกว่า 8,000 คน และทำให้มีผู้เสียชีวิตไปเกือบ 800 คน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ ซึ่งมีหมอรวมอยู่ด้วยนั้น มีอาการป่วยคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ก่อนที่จะลุกลามไปมีอาการปอดบวมรุนแรงภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

โรคซาร์ส ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส ได้แพร่ระบาดไปใน 26 ประเทศ องค์การอนามัยโลกวิพากษ์วิจารณ์จีนประเทศศูนย์กลางของการระบาดที่ปกปิดขนาดและความร้ายแรงของการระบาดที่เกิดขึ้น ระยะเวลาผ่านไป 17 ปี ก็มาเกิดโรคไวรัสใหม่ในปัจจุบัน ทางนักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ในปัจจุบันก็ใช้ยาที่เคยรักษาไวรัสซาร์ส ร่วมกับยาตัวอื่นในการรักษาไวรัส 2019

VILERTONG ดูแลปอดอย่างไรให้ห่างไกลไวรัส

ไวเลอตัง

คาวตอง ต้านไวรัสโคโรนาได้อย่างไร?
เมื่อปี 2011 นายเฉินและคณะนักวิจัย ชาวจีน ได้ทำการทดลองกับ สารสกัดจากคาวตอง Quentin 7 Rhamnoside (Q7R) กับ การรักษาไวรัส SARS ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูลโคโรนา ที่มีความอันตรายร้ายแรงกว่า และมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงกว่า ในที่สุดนายเฉินก็ค้นพบว่า คาวตอง มีประสิทธิภาพในการฆ่าไวรัส SARS ได้จริง

นอกจากนี้ คาวตองยังสามารถป้องกันและยับยั้งโรคอื่นๆได้อีกด้วย อาทิ เช่น HFMD, HSV, PrV และ Dengue Virus โดยหลังจากนั้นได้มีผลวิจัยต่างๆอีกมากมายที่รองรับ งานวิจัยประสิทธิภาพของ สารสกัดจากคาวตอง หรือ Quentin 7 Rhamnoside (Q7R)
ท่านดร. ณสพน โพธิ์วิจิตร, แชมป์ 9 เหรียญทองระดับโลก นวัตกรรมขมิ้นชันละลายน้ำที่เห็นผลจริงรายแรกของโลก ได้เล็งเห็นคุณประโยชน์ของสมุนไพรทรงพลัง ประกอบด้วย คาวตอง,ขมิ้นชัน, ใบหม่อน, 3 สมุนไพร ห่างไกลโรค จึงทำการสกัดออกมาในรูปแบบแคปซูลที่มีความเข้มข้นสูง ไม่ใช่แค่เพียงสามารถยับยั้งป้องกันไวรัส แต่ยังฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

vilertong

vilertong          

 

วิจัยค้นพบคาวตองสามารถฆ่าไวรัส

รายงานการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของผักคาวตองที่เกี่ยวข้องกับไวรัส

จากการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส โดยใช้ plaque reduction assay พบว่าสารสกัดด้วยน้ำของผักคาวตองทั้งต้นไม่มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสเริม (herpes simplex virus) Chiang และคณะ พบว่าสารสกัดน้ำของผักคาวตองมีฤทธิ์ต้านเชื้อ herpes simplex virus type 1(HSV-1) และ HSV-2 โดยออกฤทธิ์กับเชื้อ HSV-2 ได้ดีกว่าเชื้อ HSV-1 ในขณะที่น้ำมันระเหยง่ายที่สกัดจากผักคาวตองซึ่งมีองค์ประกอบของ สาร n-decylaldehyde, n-dodecylaldehyde และ methyl-n-nonyl ketone สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza) ในเซลล์เพาะเลี้ยง และยังพบว่าน้ำมันระเหยง่ายที่ได้จากการกลั่นด้วยไอน้ำของผักคาวตองสดมีองค์ประกอบหลักเป็น methyl-n-nonyl ketone, lauryl aldehyde, และ capryl aldehyde มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ HSV-1, influenza และ human immunodeficiency herpes simplex virus type 1 (HIV-1) โดยไม่ทำลายโฮสต์เซลล์(cytotoxicity) แต่ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ poliovirus และ coxackie-virus สาร quercetin 3-rhamnoside จากผักคาวตองมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัส influenza A และออกฤทธิ์ได้ดีกว่ายา oseltamivir